Items filtered by date: Thursday, 03 September 2020

                                                    วันที่ 3 ก.ย.63 เวลา14.00น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ถ.วิภาวดี รังสิต เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ1,พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานีและนายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ป.ป.ส.ภาค1 ร่วมแถลงการขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายนายสิทธิพลหรือ บอย ใจพระ ทั้งนี้เมื่อวันที่3 พ.ค.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมนายสิทธิพลหรือบอย ใจพระ และนายสมศักดิ์หรือตุ๊ก จารเหนือ โดยสามารถยึดยาเสพติดจำนวน314,070เม็ด อาวุธปืนไม่มีทะเบียน1กระบอก ยึดทรัพย์ที่ใช้ในขณะจับกุมจำนวนหนึ่งและได้ขยายผลถึงบุคคลผู้ให้การสนับสนุนและเกี่ยวข้อง 39 หมาย จับกุมและยึดทรัพย์ได้ประมาณ 40 ล้านบาท

                                                       ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการฯได้สืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับการกระทำผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินของผู้ร่วมกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเครือข่าย “นายสิทธิพลหรือบอย ใจพระ”จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.ปทุมธานี จำนวน 2 หมายคือนายชาย ณรงค์ หมายจับที่173/2563 โดยจับกุมได้ที่ จ.เชียงรายและนางรุ่งทิวา บุตรา หมายจับที่164/2563 อายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำ จ.ลพบุรี(ถูกจับในข้อหายาเสพติด) สามารถตรวจยึดอายัดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯมีบ้าน 2 หลัง,ที่ดินใน จ. เพชรบูรณ์ 4 แปลง จำนวน 18 ไร่ 90 ตารางวา,รถยนต์ 1 คัน,รถบรรทุก 1 คัน,รถจักรยานยนต์ 1คัน รวมทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ทั้งสิน 35,000,000 ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป.

                  วันที่ 3​ กันยายน​ 2563 เวลา​ 09.00​ น.​ น นายจีระเกียรติ​ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เดินทางมาเป็นผู้รับมอบหนังสือแถลงการณ์ภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษไทยและเมืองกาญจนบุรี โดยมีคณะผู้ ผู้บริหารและเพื่อนสมาชิก​สภาองค์การปกครองส่วนจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มภาคีเครือข่ายจังหวัดกาญจนบุรี​ทั้ง​ 46 องค์กร​ พร​้อมพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรี​และสื่อมวลชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมให้การต้อนรับ​ ณ​ บริเวณลานด้านหน้าโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี​ ตำบลบ้านใต้​ อำเภอเมือง​ จังหวัดกาญจนบุรี

          จากนั้น​ นายภานุวัฒน์ ศิลแดนจันทร์ ผู้ประสานงานเครื่อข่ายภาคประชาชนกาญจนบุรี​ ได้เปิดเวทีเสวนาให้กับกลุ่มองค์การภาคีต่างๆที่ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมได้เป็นตัวแทนกล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวการแผนพัฒนาพื้นที่ทั้งเรื่องอาคารและพื้นที่นอกอาคานเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรีรวมไปถึงปัญหา​เรื่องราวที่เกิด ขึ้น​ภายในการประชุมสภา​ อบจ.เกี่ยวกับเรื่องของร่างข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี​ 2564​เมื่อวันที่​ 20​ ส.ค.63​ทีีผ่านมา​ โดยมี นายจีระเกียรติ​ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และ ฝ่ายบริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี และฝ่าย ไม่รับร่างงบประมาณดังกล่าว รวมถึงภาคีองค์กรต่างๆที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม ได้ฟังถึงวัตถุประสงค์ ของกลุ่มภาคีเพื่อต้องการเห็นโรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรีเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี

        จากนั้น​ นายศิวโรฒ จิตนิยมได้เป็นตัวแทนกลุ่มประชาชน ฝ่ายประสานงานเครื่อข่ายภาคประชาชนกาญจนบุรีได้มอบหนังสือแถลงกรณ์ภคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษและเมืองเก่ากาญจนบุรี ให้กับนายจีระเกียรติ​ ภูมิสวัสดิ์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี​ และผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีได้มอบเอกสารให้กับทางคณะเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษและเมืองเก่ากาญจนบุรีโดยนายอัสดร รากบัว ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี​

      ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า​ เอกสารที่ทางภาคีเครือข่ายได้มอบให้กับผู้ว่า​ มีใจความเกี่ยวกับการดำเนินงานของกลุ่มภาคีได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ภาคประชาสังคม "ภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงานเก่ากาญจนบุรี"รวมกับประชาชนชาวกาญจนบุรี ภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้ผนึกกำลังที่เข้มแข็งโดยมีเป้สหมายร่วมกัน" คือ "การทวงคืนพื้นที่โรงานกระดาษไทยกาญจนบุรี" และ "พื้นที่โบราณถานเมืองเก่าแห่งแผ่นดินพระบทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ให้กลับมาเป็น "พื้นที่สาธารณะ" ของแผ่นดิน เป็นพื้นที่ศูนย์กลางบ้านลานเมือง" อันเข้มแข็งของเมืองกญจนบุรีอีกครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นมาในปี พ,ศ. 2374 หรือเกือบ 200 กว่าปีที่ผ่านมา​ ความร่วมมือร่วมใจและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแลที่ทำให้พวกเราสามารถทวงคืนพื้นที่โรงงานกระดาษแห่งนี้กลับมาได้แล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดทั้งปวง นั่นก็คือ "คุณค่าและความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งถูกจารึกไว้ในประวัติศสตร์ของเมืองกญจนบุรีที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แม้ว่าในยุค หนึ่งมันได้ถูกลืมและถูกบดบังจนรามองไม่เห็แม้แต่ซากปรักหักพังที่ประเมินคำมิได้จากอดีตของเราเอง"

พื้นที่โรงนกระดาษแห่นี้ตั้งทับซ้อนอยู่ในเขตโบราณสถานเมืองเก่าปากแพรกหรือเมืองกาญจนบุรีใหม่ ที่ได้ สร้างการเปลี่นแปลงทั้งทาด้านกายภาพ เศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของกาญจนบุรีอย่าง​ที่​เราคาดไม่ถึงในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่​2​ ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องของพวกเราที่จะร่วมกันฟื้นฟูและสร้งการเปลี่ยนแปลงให้พื้นที่ประวัติศสตร์แห่งนี้กลับมามีชีวิตและสร้งความจริญรเรืองให้กับเมืองกาญจนบุรีอีกครั้งหนึ่ง ให้สอดคล้องกับยุคสมัย แต่ไม่ละทิ้งอดีตของตัวเราเอง ใน 2-3 ปีที่ผ่นมา พวกเราได้ร่วมกันเรียกร้องทวงคืนพื้นที่แห่งนี้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของสาธารณะ ในวันนี้โครงการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระดาษและประเด็นที่เกี่ยวข้องจึง

ควรเป็นเรื่องของพวกเราชาวเมืองกาญจน์ทุกคน"ภาคีเครีอข่ายพัฒนาพื้นที่โรงานกระดาษและเมืองกกาญจนบุรี" ตระหนักถึงความตั้งใจมุ่งมั่นและข้อจำกัดของทุกฝ่ายที่ได้ร่วมกันผลักดันโครงกรพัฒนพื้นที่โรงงานกระดาษแห่งนี้ ประชาชนและภาคี

ภาคประชาสังคมที่มีความสนใจอย่างจริงจังต่อเรื่องนี้ ก็ได้เผชิญกับอุปสรรคและมีข้อจำกัดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ในที่กลางอุปสรรคและข้อจำกัดที่มีอยู่ ภาคีเครือข่ายพัฒนาพื้นที่โรงงนกระดาษและเมืองเก่ากาญจนบุรี ขอยืนยันว่าเรายังไม่ลดละความมุ่งมั่นนี้และยินดีที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนดังที่เป็นมา ภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบันที่อาจสร้างความไม่เข้าใจและความสับสนให้กับประชาชนทั่วไป

เกี่ยวกับกรณีการโหวตไม่ผ่านร่างบประมาณของสภาองค์กรบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งมีคณะการพัฒนาพื้นที่โรงงานกระตาษรวมอยู่ด้วยนั้น พวกเราในฐานะภาคีภาคประชาสังคมและประชชนจึงมีจุดยืนและหลักการที่จะนำเสนอทั้งสิ้น 5​ ข้อ เพื่อแสดงเจนารมณ์ต่อแนวทางการพัฒนาพื้นที่โรงนกระดาษไทยกาญจนบุรีในอนาคตด้วยดังนี้

          1. โครงกรพัฒนาพื้นที่รงนควรเป็น "ประเด็นสาธารณะ" ของชาวกาญจนบุรีทุกคน เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สำคัญที่สุดแห่หนึ่ของประวัติศาสตร์เมืองกาญจนบุรีใหม่นับตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นตันมาและเป็นรากฐานสำคัญของศูนย์กลางเมืองเก่ากาญจนบุรีในวันนี้ 

          2.กระบวนการพัฒนาพื้นที่โรงงนกระตาษควรให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างสมดุล และควรส่งเสริมให้ประชาชนรวมถึผู้เชี่ยวชาญร่วมออกแบบพื้นที่สาธารณะเพื่อสร้างความรู้สึกของความเป็นเจ้าของร่วมกันให้เกิดขึ้นในชุมชนท้องถิ่นกาญจนบุรี

          3. โครงการพัฒนพื้นที่โรงนกระดาษควรได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐในทุกระดับไม่ว่จะเป็นระดับประเทศ ระดับจังหวัดหรือระดับท้องถิ่น เพื่อรับประกันถึงความต่อเนื่องความสำเร็จและความยั่งยืนของโครงการ ทั้งนี้ ควรมีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนหรือมีการศึกษาพื้นที่ทุกมิติอย่างเป็นระบบ รวมทั้งมีการจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

           4.การพัฒนพื้นที่โรงนกระตาษควรให้ความสำคัญต่อประเด็นทางสังคม สิแวดล้อมและวัฒนธรรมทั้งที่เชื่อมโยงโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมกับพื้นที่เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

 

 ภาพ/ข่าว/รักษพล พุ่มพฤกษ์/นิติธาดารัตน์ เคนจิ/บก.ข่าวการเมืองชุมชนกาญจนบุรี/รายงาน/