Items filtered by date: Friday, 18 August 2017

รวมพลคนD.A.R.E.จ.นนท์ จัดยิ่งใหญ่มุ้งเน้นปลูกฝังเยาวชนห่างไกลยาเสพติด
เมื่อวันที่17 ส.ค.60 เวลา11.00 น. ที่วัดบางบัวทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.นนทบุรี เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ตัวแทนเด็กนักเรียนใน "งานรวมพลคน D.A.R.E. จังหวัดนนทบุรี ประจำปี 2560"โดยมี พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.ณธีพัฒน์ ธรรมรัตน์โสภณ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี,เจ้าหน้าที่ปปส. ภาค1 , พ.อ.วิรัตน์ คำวิลัย รอง ผอ.รมน.จ.นนทบุรี,ผู้แทน สพฐ .เขต1,2 ,ผู้แทน เทศบาลนครนนทบุรี,ผู้แทน องค์กรส่วนท้องถิ่น หน.สภ.ในเขตจ.นนทบุรีและมีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆที่เข้าร่วม 27 โรงเรียน นักเรียนประมาณ 1,900 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมคอยให้การต้อนรับ
สำหรับโครงการ D.A.R.E. นี้เป็นโครงการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการปลูกฝังให้เยาวชนรู้จักการปฏิเสธการใช้ยาเสพติดรวมถึงการป้องกันตัวเองไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยใส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีได้นำความรู้และทักษะที่จำเป็นกับเด็กนักเรียน ในการหลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติดและความรุนแรง รวมทั้งสร้างสัมพันธภาพที่ดี ระหว่างตำรวจ เด็กนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และสมาชิกในชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรครูตำรวจ D.A.R.E. เข้าไปสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดนนทบุรี และหลังการฝึกอบรมเสร็จจะจัดให้มีการมอบใบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นประจำทุกปี.

///ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.พร้อมคณะ ลงพื้นที่เมืองกาญจน์ เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีประกาศข้อตกลงหมู่บ้านและหมู่บ้านไม่ขายเสียง" เป็นแห่งแรกในที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อเตรียมการเลือกตั้งปี 61///
///โดยมีประธานและเจ้าหน้าที่อาสา ศส.ปชต.(ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย ใน 13 อำเภอ พร้อมด้วยนายอำเภอพนมทวน หัวหน้าส่วนราชการตลอดจนผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ในพิธีฯ ยังมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ เจ้าหน้าที่อาสา ศส.ปชต.ที่ได้รับรางวัลดีเด่นจากหน่วยงานอื่นๆ อีกด้วย ด้านประธาน กกต.ยัน เลือกตั้งตามโรดแมปที่รัฐบาลประกาศ มีแน่แต่ต้องรอกฎหมายรัฐธรรมนูญผ่าน 4 ฉบับ ตอนนี้ผ่านแลัว 2 ฉบับ เหลืออีก 2 ฉบัน///
/// เวลา 10 30 น.ของวันที่ 17 ส.ค.60 ที่ศาลากองทุนหมู่บ้าน หมู่ 4 บ้านหัวรัง ต.ดอนเจดีย์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี///
///นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนายเมธา ศิลาพันธ์ เลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะได้เดินทางมาเป็นประธานกล่าวเปิดโครงการข้อตกลงหมู่บ้านและหมู่บ้านไม่ขายเสียง///
///ซึ่งจัดขึ้นโดยนายอำนาจ เฉลิมกลิ่น ประธานศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) จ.กาญจนบุรี และนางสาวปณิดา โตวงศ์ ผู้ประสานงาน(ศส.ปชต.)ระดับจังหวัดฯ เป็นผู้ดำเนินการ โดยทีนายอนุชา หอยสังข์ นายอำเภอพนมทวน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน และประธานรวมทั้งสมาชิกศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย(ศส.ปชต) แต่ละตำบล ใน 13 อำเภอของ จ.กาญจนบุรี เดินทางมาร่วมในเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว ซึ่งมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ ประธานและสมาชิกของ(ศส.ปชต.) ที่มีผลงานดีเด่นและได้รับรางวัลจากหน่วยงานอื่นๆ รวม 4 ราย///


/// การจัดทำโครงการครั้งนี้เพื่อบันทึกข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งกับเจ้าหน้าที่อาสาศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี กรรมการการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดเป็นแม่งานในการแก้ไขปัญหาในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า///
ด้านนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ที่มาวันนี้เพื่อเป็นพยานทำข้อตกลงหมู่บ้านต้นแบบ ไมซื้อสิทธิ์ขายเสียง"///
/// ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่รัฐบาลประกาศโรดแมปในปี 61 จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ นายศุภชัย ประธาน กกต.กล่าว่า " จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ต่อเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ประกาศใช้แล้ว///
///ตอนนี้เสร็จไปแล้ว 2 ฉบับ คือ กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง กับกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง///
///ยังเหลืออีก 2 ฉบับ คือ กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ กับกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา///
///ซึ่งอีก 2 ฉบับที่เหลือประกาศใช้เป็นกฎหมายเมื่อไหร่ ก็เริ่มดำเนินการเลือกตั้งได้ ///
///ผู้สื่อข่าวถามว่า ปี 61 จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ท่านสามารถยืนยันกับประชาชนได้หรือไม่ นายศุภชัย ประธาน กกต.กล่าวว่า " ปี 61 จะมีการเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น อันนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ตามที่ผมได้บอกแล้ว จะยืนยันได้ก็ต่อเมื่อกฎหมาย 4 ฉบับประกาศใช้เป็นกฎหมาย" ///

อนันตพร”ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี-นครปฐม เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์พลังงานภาคกลางพร้อมตรวจติดตามโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน บริษัท พี.พี.แพ็กเกจจิ้ง จำกัด และเยี่ยมชมศักยภาพการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

วันนี้ (17 สิงหาคม 2560) พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน และสื่อมวลชน ลงพื้นทีจังหวัดกาญจนบุรี และนครปฐม เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์พลังงาน 20 จังหวัดในกลุ่มภาคกลาง ได้แก่ เขตตรวจราชการที่ 1 คือ จังหวัดปทุมธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี เขตตรวจราชการที่ 2 คือ ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี เขตตรวจราชการที่ 4 คือ กาญจนบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี เขตตรวจราชการที่ 5 สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเขตตรวจราชการที่ 18 คือ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี พร้อมเยี่ยมชมศักยภาพการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ และร่วมกิจกรรมปลูกป่า “โครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ณ บริเวณเขื่อน
ศรีนครินทร์ ในพื้นที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงตรวจติดตามโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) ปีงบประมาณ 2558 โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ณ บริษัท พี.พี.แพ็กเกจจิ้ง จำกัด ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยมี นายนิกูล ศิลาสุวรรณ
รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และข้าราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ



พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และนครปฐม เป็นการติดตามสถานการณ์พลังงานของภาคกลางในพื้นที่ตรวจราชการ เขต 1 เขต 2 เขต 4 เขต 5 และ เขต 18 ซึ่งจากการพูดคุยกับพลังงานจังหวัดในกลุ่มภาคกลางทั้ง 20 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปทุมธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี กาญจนบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ และอุทัยธานี เบื้องต้นไม่พบว่าประสบปัญหาอะไร แต่ได้มีการกำชับพลังงานจังหวัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานในพื้นที่ทุกคนให้มุ่งเน้นการทำงานอย่างบูรณาการ ติดตามดูแลสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เช่น ภัยธรรมชาติ เหตุฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนผู้บริโภค เนื่องจากพลังงานถือเป็นหนึ่งในกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมศักยภาพการดำเนินงานของเขื่อน
ศรีนครินทร์ และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมร่วมกิจกรรมปลูกป่า "โครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน" ตามนโยบายของรัฐบาลที่รณรงค์ให้ ภาครัฐ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมปลูกต้นไม้ เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ บนพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่า หรือพื้นที่รัฐที่ทางราชการกำหนดไว้ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 65 พรรษา และร่วมสืบสานแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้


ทั้งนี้ เขื่อนศรีนครินทร์ถือเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ที่ช่วยอำนวยประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ทั้งด้านการชลประทาน และการผลิตไฟฟ้า โดยตัวเขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งช่วยเสริมระบบชลประทานโครงการแม่กลองใหญ่เพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่การเกษตรกว่า 4 ล้านไร่ และสามารถกักเก็บน้ำที่ไหลหลากในช่วงดูฝน เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตลุ่มน้ำแม่กลองให้ลดน้อยลง สำหรับในส่วนของการผลิตไฟฟ้านั้น ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้มีการติดตั้งเครื่องกำเหนิดไฟฟ้า จำนวน 5 เครื่อง กำลังการผลิตรวม 720 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 1,250 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า


นอกจากนี้ ยังมีการติดตามโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) ปีงบประมาณ 2558 ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ที่ได้สนับสนุนเงินลงทุนในลักษณะเงินกู้ดอกเบี้ยอัตราคงที่ 3.5% ต่อปี (Flat Rate) โดยมีระยะเวลาการผ่อนชำระคืนไม่เกิน 5 ปี ให้กับบริษัท พี.พี.แพ็กเกจจิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติกและโฟมสำหรับบรรจุอาหารนั้น เป็นการติดตามดูความก้าวหน้าภายหลังจากที่ได้มีการส่งเสริมการลงทุนโดยการให้เช่าซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ในโครงการติดตั้งอุปกรณ์ปรับลดแรงดันไฟฟ้า จำนวน 2 เครื่อง คือ ขนาดพิกัด 1,000 kVA และขนาดพิกัด 1,500 kVA ภายใต้งบประมาณส่งเสริมจำนวน 6,452,100 บาท ซึ่งการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้เท่ากับ 464,000 kWhต่อปี หรือเทียบเท่า 0.04 ktoe ต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 1.78 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 0.0003 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
"ที่ผ่านมาโรงงานดังกล่าวมีการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิตเฉลี่ย 8,640,000 kWh ต่อปี คิดเป็นเงินค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 33.16 ล้านบาทต่อปี แต่ภายหลังจากการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียนแล้ว ช่วยให้เกิดการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จในการขับเคลื่อนแผนอนุรักษ์พลังงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนที่ต้องการลดความเข้มการใช้พลังงานลง 30% ในปี 2579” พลเอก อนันตพร กล่าว
ทั้งนี้ โครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) ปีงบประมาณ 2558 กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ดำเนินการส่งเสริมไปแล้วทั้งหมด 23 ราย สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศได้เท่ากับ 17.63 GWh ต่อปี คิดเป็นเงินที่ประหยัดได้ 45 ล้านบาทต่อปี หรือลดการนำเข้าน้ำมันดิบ 6.25 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ
……………......................................