Items filtered by date: Wednesday, 22 September 2021

กรมคุมประพฤติตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง จังหวัดกาญจนบุรี พบว่าไม่ใช่สถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ

.

จากกรณีที่มีการร้องเรียนไปยังเพจ หมอปลาช่วยด้วย และปรากฏตามสื่อต่างๆ ให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วิถีพุทธ วัดท่าพุราษฏร์บำรุง ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ว่าระหว่างการบำบัดมีการทำร้ายผู้เข้ารับการบำบัดถึงขั้นเสียชีวิต และมีการกักขังหน่วงเหนี่ยวอีกทั้งข่มขู่เรียกร้องทรัพย์สินจากผู้ปกครอง โดยมีการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขให้ตรวจสอบ 

.

กรมคุมประพฤติจึงขอชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องของสังคมว่า ภายหลังได้รับทราบข้อร้องเรียนดังกล่าว กรมคุมประพฤติ โดยผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรีได้ลงพื้นที่พร้อม นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง จากการลงพื้นที่พบว่า ศูนย์ดังกล่าวมีการควบคุมกักขังผู้เข้ารับการบำบัดจริง จำนวนประมาณ 200 คน โดยผู้เข้ารับการบำบัดอยู่รวมกันในลักษณะแออัด มีการเรียกเก็บเงินค่าบำบัด 10,000 บาท มีเงื่อนไขต้องเข้ารับการบำบัดเป็นระยะเวลา 1 ปี และหากอยู่ไม่ครบระยะเวลาบำบัดต้องเสียค่าปรับอีก จำนวน 10,000 บาท และระหว่างบำบัดผู้ปกครองต้องจ่ายเงินรายเดือนอีกเดือนละ 2,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีได้ดำเนินการปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุม และประสานไปยังกองพลทหารราบที่9 มารับตัวผู้เข้ารับการบำบัดออกจากสถานที่ดังกล่าว เพื่อไปพักชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงเขาชนไก่ และประสานให้ญาติมารับกลับภูมิลำเนาต่อไป 

.

กรมคุมประพฤติได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดไม่มีผู้กระทำผิดที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรี และศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง จังหวัดกาญจนบุรี ไม่ได้เป็นสถานที่ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด แบบควบคุมตัว ที่เป็นภาคีในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติแต่อย่างใด

วันที่ 22 กันยายน 2564 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคาร 72 ปี กรมธนารักษ์ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือในการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ ระหว่างกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กับ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง โดยมีนายวารุจ ศิริวัฒน์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี

 ทั้งนี้ เพื่อยกระดับความร่วมมือการใช้พื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของกรมราชทัณฑ์ในการควบคุมและฟื้นฟูพฤตินิสัยของผู้ถูกคุมขังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ อีกทั้งเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองใช้ประโยชน์และดูแลรักษาของกรมราชทัณฑ์ให้สอดคล้องตามกฎหมายและแนวทางปฏิบัติของกรมธนารักษ์ โดยจะได้มอบหมายผู้แทนของทั้งสองฝ่ายตรวจสอบการลงชื่อรับรองแนวเขตที่ดินซึ่งติดต่อกับที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองดูแลของกรมราชทัณฑ์ รวมถึงให้การแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อเป้าหมายการใช้พื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองของกรมราชทัณฑ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการต่อไป

 

 นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวขอบคุณกรมธนารักษ์ ที่ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือในการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุ พร้อมระบุว่า ปัจจุบันมีที่ราชพัสดุที่อยู่ในความครอบครองและใช้ประโยชน์ของกรมราชทัณฑ์หลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกวิชาชีพให้กับผู้ต้องขัง ทั้งพื้นที่เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับผู้ต้องขังที่กำหนดโทษน้อย ได้ทำเกษตรพอเพียง โดยที่กรมราชทัณฑ์ได้วางแผนว่าจะใช้พื้นที่ราชพัสดุใดให้เหมาะสมกับการฝึกอาชีพ เช่น พื้นที่สำหรับการเกษตร พื้นที่สำหรับการฝึกวิชาชีพอุตสาหกรรม ตลอดจนการวางแผนพัฒนาพื้นที่ เพื่อดำเนิน “โครงการโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” เพื่อฝึกปฏิบัติเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็กให้แก่ผู้ต้องขัง ได้มีความรู้ติดตัวไปประกอบอาชีพได้ภายหลังการพ้นโทษ อันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงเล็งเห็นว่า ผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษจากเรือนจำและทัณฑสถานออกไปอาจจะได้รับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงทางด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด–๑๙ อันจะเป็นพื้นฐานในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ กลับมาทำมาหากินภายหลังพ้นโทษ และอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก

 

 นอกจากนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ราชพัสดุในส่วนของการเป็นเรือนจำชั่วคราวสำหรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ และตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

 

                              วันที่ 22 ก.ย.64 เวลา09.00น. ที่กระทรวงคมนาคม ถ.ราชดำเนิน กทม. นายปรีดา มากพูนผล นายกสมาคมรถธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด นำสมาพันธ์รถตู้เข้ายื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีฯคมนาคม เพื่อขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของรถโดยสารสารธารณะขนาดเล็ก(รถตู้และรถมินิบัส)โดยมีนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯคมนาคมรับฟังปัญหาและข้อเรียกร้องของทางสมาพันธ์

                               นายปรีดา ได้กล่าวว่า"วันนี้ทางสมาพันธ์ได้รวมตัวกันมายื่นข้อเรียกร้องคือ

1ขอให้เยียวยาเรื่องการพักหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย ของสถาบันการเงินและไฟแนนซ์

2.ขอขยายอายุรถ ที่หมดภาษีในรอบปี64 ให้สามารถต่อภาษีรอบปี65 ได้อีก1ปี

3.ติดตามเรื่องเงินเยียวยาทร่กรมขนส่งฯขอชดเชยให้รถสาธารณะเดือนละ5,000บาท เป็นเวลา3เดือนต่อคัน ตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 รอบแรกปี2563 ที่ยังไม่ได้อนุมัติจกคณะกรรมการขนส่งกลาง คมนาคม" หลังจากนั้นนายวิรัช ได้เชิญตัวแทนสมาพันธ์เข้าร่วมประชุมเพือหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป